
- ทำความสะอาดทันทีหลังจากทำอาหารเสร็จ
ทุกครั้งที่ปรุงอาหารเสร็จควรทำสะอาดบริเวณ เตา ทุกครั้งด้วยการถอดหัวเตามาเช็ดด้วยน้ำสะอาด จะใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นหรือน้ำยาล้างจานชุบหมาดจากฟองน้ำก็ได้ เพราะถ้าปล่อยไว้นานคราปจะฝังแน่น หรอบางทีอาจไปอุดตันหัวเตาแก๊สได้
- นำขยะไปทิ้งทุกวัน
เพราะขยะในครัว ส่วนใหญ่ จะเป็นพวกเศษอาหาร ถ้าเราปล่อยไว้ข้ามวัน จะส่งกลิ่นเหม็น และยังเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค แบคทีเรียต่างๆ และสัตว์ประจำบ้านอย่างพวกหนู และแมลงสาบ ก็จะตามมา อย่าลืมทำความสะอาดถังขยะบ้าง โดยนำถังขยะเปล่าออกมาตั้งไว้ข้างนอกและฉีดสเปรย์ฆ่าเชื้อให้ทั่ว จากนั้นสวมถุงมือให้เรียบร้อยและลงมือขัดทั้งด้านในและด้านนอกของตัวถังก่อนล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำเปล่า
- กวาด และถูพื้น เป็นประจำ
ควรกวาดพื้นทุกวัน และถูพื้นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง แต่ถ้าทำอาหารและมีคราบเลอะที่พื้น ให้รีบเช็ด แล้วถูพื้นทันที ไม่ควรปล่อยไว้ เพราะนอกจากจะสกปรกแล้ว ยังอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุลื่นล้ม เจ็บตัวอีกก็ได้
4. ใช้เบกกิ้งโซดา ขจัดคราบมัน
นอกจากคราบสกปรกทั่วไป สิ่งหนึ่งที่ทำให้พื้นผิวส่วนต่างๆภายในเกิดอุปสรรคคือความมัน โดยบางครั้งน้ำสะอาดไม่สามารถเอาอยู่ ดังนั้นหนึ่งวัสดุทำความสะอาดที่ช่วยได้คือเบกกิ้งโซดา ซึ่งนำมาใช้ได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น ผสมกับน้ำแล้วทาทิ้งไว้หรือจะโรยบริเวณที่เกิดความมัน เพราะสารดังกล่าวดูดซับความมันได้ดี เมื่อถูคราบมันออกจนหมดใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำถูอีกครั้ง เพื่อป้องกันสารเคมีตกค้างโดยทุกครั้งที่ใช้เบกกิ้งโซดาควรใส่ถุงมือ
5. ทำความสะอาดอ่างล้างจานเป็นประจำ
อีกหนึ่งพื้นที่ภายในครัวที่มักมีคราบสกปรกตกค้างคือ อ่างล้างจาน หลังจากทำความสะอาดเครื่องครัวเสร็จ ผู้อยู่อาศัยควรทำความสะอาดอ่างล้างจานเช่นกัน ด้วยการนำเอาน้ำยาล้างจานถูกบนพื้นผิวของอ่างโดยทั่วอีกครั้ง ล้างด้วยน้ำสะอาด กรณีมีเศษอาหารก็นำเศษอาหารดังกล่าวออกมาทิ้งในขยะให้หมด เมื่ออ่างล้างจานสะอาดอาจถูด้วยผ้าแห้งอีกครั้งเพื่อไม่ทำให้ครัวมีความชื้นสะสม
6. อย่าปล่อยให้ครัวเปียกชื้น
ห้องครัวสำหรับปรุงอาหาร ไม่ควรปล่อยให้พื้นเปียกแฉะ โดยที่ไม่ทำความความสะอาดให้แห้ง เพราะการที่พื้นหรือ เคาน์เตอร์เปียก อาจทำให้เกิดเชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี และยังเสี่ยงต่อการลื่นล้ม โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้ใหญ่ และเด็กเล็ก





